| ?5 ปี ไฟใต้? ผลกระทบต่อผู้หญิง |
|
|
|
| เขียนโดย WEBMASTER |
| วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2009 เวลา 14:48 น. |
|
โดย ปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ กลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ (We Peace )
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ชายแดนภาคใต้ได้แก่ จังหวัดยะลา,ปัตตานี,นราธิวาส.และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา เพิ่มขึ้นอย่างมากในตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความรุนแรงซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นการ?ฆ่ารายวัน? มีเป้าหมายเป็นพลเรือน มีการพัฒนารูปแบบของความรุนแรงที่โหด เหี้ยม มากขึ้น รัฐได้มีนโยบายตอบโต้ความรุนแรงนั้น โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อนุญาตให้มีการคุมขังประชาชนไว้ก่อน เมื่อต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความรุนแรง มีการกล่าวหาว่ามีการลักพาตัว การทรมานผู้ต้องหารวมทั้งวิสามัญฆาตกรรม ความรุนแรงทั้งหมดนี้ ทั้งโดยรัฐและฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐ ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและความหวาดกลัว ซึ่งส่งผลต่อวงจรความรุนแรง ที่เพิ่มความทุกข์ในชีวิตประจำวัน ของประชนในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ?ผู้หญิง? ผู้ต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมด จากที่เคยเป็นหน้าที่ของผู้ชายในครอบครัว ผู้หญิงกลายเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวและตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศแลในหลายสถานการณ์ถูกบังคับให้เป็นโล่กำบัง แต่ผู้หญิงกลัวจนไม่สามารถบอกคนอื่นได้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างมาก
ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.2547 จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.2551 ความรุนแรงใน 4 จังหวัดใต้สุดของประเทศไทยทำให้ "หญิงหม้ายและเด็กกำพร้า" เป็นประชากรกลุ่มใหญ่มากขึ้นทุกที
จากข้อมูลที่แยกแยะรายจังหวัด พบว่า จำนวนเด็กกำพร้าใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้พุ่งสูงถึง 3,014 คน แยกเป็น จ.ปัตตานี 921 คน จ.ยะลา 821 คน จ.นราธิวาส 1,141 คน และ จ.สงขลา 131 คน
ขณะที่หญิงหม้ายมีจำนวน 1,605 คน แยกเป็น จ.ปัตตานี 542 คน จ.ยะลา 502 คน จ.นราธิวาส 492 คน และ จ.สงขลา 69 คน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของชายแดนใต้ส่งผลกระทบทุกผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงทุกสถานภาพทั้งแม่ ลูกสาว พี่สาว น้องสาว ทั้งร่างกายและจิตใจ ร้อยเป็นลูกโซ่ไปถึงครอบครัวที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวหลังเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ผลกระทบของสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่หลายองค์กรให้ความสนใจนำเสนอและเข้าไปค้นหาสาเหตุรวมทั้งข้อมูล แนวทางการแก้ปัญหาโดยวิธีต่างๆ จากการทำงานกับเหยื่อที่รัฐเข้าไปไม่ถึงคือ ครอบครัวผู้ต้องขังฯ 28 เมษา และครอบครัวรายวัน เมื่อเกิดเหตุขึ้นครอบครัวทุกศาสนาได้รับผลกระทบเหมือนกัน ไม่ว่าพุทธหรือมุสลิมมีส่วนเป็นเหยื่อทั้งสิ้น มีผู้หญิงจำนวนมากในพื้นที่ที่ต้องรับภาระทุกอย่างที่ตามมา เขาไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง หากไม่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจะกลายเป็นระเบิดเวลาในอนาคตได้ ไม่ให้กลุ่มผู้สูญเสียเกิดความบาดหมางระหว่างชุมชนหรือเกิดความระแวงกันเอง หลายเหตุการณ์มีผู้คนตั้งใจทำให้เกิดความโกรธแค้น ชิงชัง ชินชา รัฐต้องเข้าถึงเหตุของปัญหาให้มากขึ้น
นางซูฮัยนี ลงซา" หนึ่งในเหยื่อจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา
การเยียวยาต้องทำตั้งแต่เกิดเหตุ สถานการณ์อย่างนี้ต้องการศักยภาพของผู้หญิงอย่างยิ่ง ผู้หญิงมีคุณสมบัติที่ดีในการแก้ปัญหา มีความกล้าหาญกว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่อยู่กับบ้านมีความสามารถมาก แต่ไม่มีเวทีแสดงความสามารถ เมื่อมีเวลาสั่งสอนลูกในหนทางที่ถูกต้องต้องรู้ความเป็นไปของสามีและลูกด้วย เมื่อเราตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่อัลลอฮ์ทรงเห็นความตั้งใจและตอบแทนอย่างแน่นอน? เป็นเรื่องราวที่ได้สะท้อนการทำงานและความเป็นไปของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบที่เป็นคนทำงานกับชุมชน
นางซารียะห์ ยูโซ๊ะ แกนนำสตรี อ.บันนังสตา จ.ยะลา
?เราไม่ได้มองในมุมเดียวกัน ผู้หญิงในไทยเป็นประชากรที่มีกว่าครึ่งประเทศ ต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ บทบาทชายหญิงในทัศนะอิสลามเป็นอย่างไร เป็นฉากหลังสาเหตุของเหตุการณ์หลายอย่าง เรากำลังอ่อนแอในบทบาทหญิงชาย ต้องหันกลับมามองทบทวนบทบาทของตัวเอง หลักการศาสนาดีอยู่แล้วหากเข้าใจตามวิถีอิสลาม แต่ปัจจุบันไม่เป็นไปตามนั้น ต้องมีการกระตุ้นผู้ชายให้ตระหนักบทบาทในครอบครัว ให้ลูกหลานอยู่ในสภาพแวดล้อมของโลกให้ได้ หากเขาแข็งแกร่งในเชิงศาสนาด้วยจะทำให้เขาอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดี การละหมาด โอบกอด พูดคุย เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติร่วมกันของพ่อแม่และลูก ความใกล้ชิดกันในครอบครัวเป็นปราการสำคัญในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต นอกจากนั้น ความยากจน การพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงรวมทั้งงบประมาณต่างๆ โอกาสทางการศึกษาของเยาวชน รัฐต้องเอื้อให้ถึงทุกพื้นที่ด้วยความเข้าใจ รวมถึงการแบ่งแยกดินแดน ผลประโยชน์ ความรุนแรงที่มาจากหลายด้าน ทำให้สถาบันครอบครัวที่เป็นหลักสำคัญของประเทศได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องอาศัยหลายฝ่ายหลายด้านร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องตระหนักบทบาทของตนเองและสร้างสายสัมพันธ์อันดีในครอบครัว สิ่งเหล่านี้จะนำพาไปสู่ความร่มเย็นของสังคมได้อย่างดี? เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นแม้มิใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้หญิงมักตกเป็นผู้รับภาระที่ตามมาเสมอตั้งแต่ในอดีต รวมทั้งเป็นผู้แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปในหลายสถานการณ์ คุณสมบัติเฉพาะของผู้หญิงเป็นตัวช่วยให้เรื่องราวคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ขณะนี้มีผู้หญิงที่มีศักยภาพความสามารถและความตั้งใจในวงการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น แสดงถึงพลังที่มีอยู่อย่างจริงจังของผู้หญิง แต่อีกส่วนหนึ่งของทุกสังคมยังมีผู้หญิงที่ขาดด้อยในหลายด้านอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงเป็นเรื่องงที่ทุกฝ่ายควรตระหนักและให้ความสำคัญในการเข้าถึง เข้าใจ และร่วมกันพัฒนาจุดสำคัญเหล่านี้ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ที่พึงได้ต่อผู้หญิง สังคมและประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ชายแดนภาคใต้ได้แก่ จังหวัดยะลา,ปัตตานี,นราธิวาส.และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา เพิ่มขึ้นอย่างมากในตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความรุนแรงซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นการ?ฆ่ารายวัน? มีเป้าหมายเป็นพลเรือน มีการพัฒนารูปแบบของความรุนแรงที่โหด เหี้ยม มากขึ้น รัฐได้มีนโยบายตอบโต้ความรุนแรงนั้น โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อนุญาตให้มีการคุมขังประชาชนไว้ก่อน เมื่อต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความรุนแรง มีการกล่าวหาว่ามีการลักพาตัว การทรมานผู้ต้องหารวมทั้งวิสามัญฆาตกรรม ความรุนแรงทั้งหมดนี้ ทั้งโดยรัฐและฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐ ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงและความหวาดกลัว ซึ่งส่งผลต่อวงจรความรุนแรง ที่เพิ่มความทุกข์ในชีวิตประจำวัน ของประชนในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ?ผู้หญิง? ผู้ต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมด จากที่เคยเป็นหน้าที่ของผู้ชายในครอบครัว ผู้หญิงกลายเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวและตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศแลในหลายสถานการณ์ถูกบังคับให้เป็นโล่กำบัง แต่ผู้หญิงกลัวจนไม่สามารถบอกคนอื่นได้ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างมาก
ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.2547 จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.2551 ความรุนแรงใน 4 จังหวัดใต้สุดของประเทศไทยทำให้ "หญิงหม้ายและเด็กกำพร้า" เป็นประชากรกลุ่มใหญ่มากขึ้นทุกที
จากข้อมูลที่แยกแยะรายจังหวัด พบว่า จำนวนเด็กกำพร้าใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ วันนี้พุ่งสูงถึง 3,014 คน แยกเป็น จ.ปัตตานี 921 คน จ.ยะลา 821 คน จ.นราธิวาส 1,141 คน และ จ.สงขลา 131 คน
ขณะที่หญิงหม้ายมีจำนวน 1,605 คน แยกเป็น จ.ปัตตานี 542 คน จ.ยะลา 502 คน จ.นราธิวาส 492 คน และ จ.สงขลา 69 คน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของชายแดนใต้ส่งผลกระทบทุกผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงทุกสถานภาพทั้งแม่ ลูกสาว พี่สาว น้องสาว ทั้งร่างกายและจิตใจ ร้อยเป็นลูกโซ่ไปถึงครอบครัวที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวหลังเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ ผลกระทบของสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงเป็นประเด็นสำคัญที่หลายองค์กรให้ความสนใจนำเสนอและเข้าไปค้นหาสาเหตุรวมทั้งข้อมูล แนวทางการแก้ปัญหาโดยวิธีต่างๆ จากการทำงานกับเหยื่อที่รัฐเข้าไปไม่ถึงคือ ครอบครัวผู้ต้องขังฯ 28 เมษา และครอบครัวรายวัน เมื่อเกิดเหตุขึ้นครอบครัวทุกศาสนาได้รับผลกระทบเหมือนกัน ไม่ว่าพุทธหรือมุสลิมมีส่วนเป็นเหยื่อทั้งสิ้น มีผู้หญิงจำนวนมากในพื้นที่ที่ต้องรับภาระทุกอย่างที่ตามมา เขาไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง หากไม่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจะกลายเป็นระเบิดเวลาในอนาคตได้ ไม่ให้กลุ่มผู้สูญเสียเกิดความบาดหมางระหว่างชุมชนหรือเกิดความระแวงกันเอง หลายเหตุการณ์มีผู้คนตั้งใจทำให้เกิดความโกรธแค้น ชิงชัง ชินชา รัฐต้องเข้าถึงเหตุของปัญหาให้มากขึ้น
นางซูฮัยนี ลงซา" หนึ่งในเหยื่อจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา
การเยียวยาต้องทำตั้งแต่เกิดเหตุ สถานการณ์อย่างนี้ต้องการศักยภาพของผู้หญิงอย่างยิ่ง ผู้หญิงมีคุณสมบัติที่ดีในการแก้ปัญหา มีความกล้าหาญกว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่อยู่กับบ้านมีความสามารถมาก แต่ไม่มีเวทีแสดงความสามารถ เมื่อมีเวลาสั่งสอนลูกในหนทางที่ถูกต้องต้องรู้ความเป็นไปของสามีและลูกด้วย เมื่อเราตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่อัลลอฮ์ทรงเห็นความตั้งใจและตอบแทนอย่างแน่นอน? เป็นเรื่องราวที่ได้สะท้อนการทำงานและความเป็นไปของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบที่เป็นคนทำงานกับชุมชน
นางซารียะห์ ยูโซ๊ะ แกนนำสตรี อ.บันนังสตา จ.ยะลา ?เราไม่ได้มองในมุมเดียวกัน ผู้หญิงในไทยเป็นประชากรที่มีกว่าครึ่งประเทศ ต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ บทบาทชายหญิงในทัศนะอิสลามเป็นอย่างไร เป็นฉากหลังสาเหตุของเหตุการณ์หลายอย่าง เรากำลังอ่อนแอในบทบาทหญิงชาย ต้องหันกลับมามองทบทวนบทบาทของตัวเอง หลักการศาสนาดีอยู่แล้วหากเข้าใจตามวิถีอิสลาม แต่ปัจจุบันไม่เป็นไปตามนั้น ต้องมีการกระตุ้นผู้ชายให้ตระหนักบทบาทในครอบครัว ให้ลูกหลานอยู่ในสภาพแวดล้อมของโลกให้ได้ หากเขาแข็งแกร่งในเชิงศาสนาด้วยจะทำให้เขาอยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดี การละหมาด โอบกอด พูดคุย เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติร่วมกันของพ่อแม่และลูก ความใกล้ชิดกันในครอบครัวเป็นปราการสำคัญในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต นอกจากนั้น ความยากจน การพัฒนาที่ไม่ทั่วถึงรวมทั้งงบประมาณต่างๆ โอกาสทางการศึกษาของเยาวชน รัฐต้องเอื้อให้ถึงทุกพื้นที่ด้วยความเข้าใจ รวมถึงการแบ่งแยกดินแดน ผลประโยชน์ ความรุนแรงที่มาจากหลายด้าน ทำให้สถาบันครอบครัวที่เป็นหลักสำคัญของประเทศได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องอาศัยหลายฝ่ายหลายด้านร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องตระหนักบทบาทของตนเองและสร้างสายสัมพันธ์อันดีในครอบครัว สิ่งเหล่านี้จะนำพาไปสู่ความร่มเย็นของสังคมได้อย่างดี? เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นแม้มิใช่ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้หญิงมักตกเป็นผู้รับภาระที่ตามมาเสมอตั้งแต่ในอดีต รวมทั้งเป็นผู้แก้ปัญหาให้ลุล่วงไปในหลายสถานการณ์ คุณสมบัติเฉพาะของผู้หญิงเป็นตัวช่วยให้เรื่องราวคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ขณะนี้มีผู้หญิงที่มีศักยภาพความสามารถและความตั้งใจในวงการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น แสดงถึงพลังที่มีอยู่อย่างจริงจังของผู้หญิง แต่อีกส่วนหนึ่งของทุกสังคมยังมีผู้หญิงที่ขาดด้อยในหลายด้านอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงเป็นเรื่องงที่ทุกฝ่ายควรตระหนักและให้ความสำคัญในการเข้าถึง เข้าใจ และร่วมกันพัฒนาจุดสำคัญเหล่านี้ให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ที่พึงได้ต่อผู้หญิง สังคมและประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2009 เวลา 07:50 น. |



โดย ปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ กลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ (We Peace )